หมวดหมู่: ธปท.

BOAจาตรงค จนทรงษกนง.เผยศก.เดือนก.ย.61 ยังสดใส แต่หั่นจีดีพีคู่ค้าปีหน้าเหลือ 3.5%

 กนง.เผยศก.เดือนก.ย.61 ยังเติบโต พร้อมคงคาดการณ์จีดีพีไทยปี 61 ที่ 4.4% ขณะที่ปี 62 คาด 4.2% จากการบริโภคเอกชน-ท่องเที่ยวคาดไม่ต่ำกว่า 40.6 ล้านคนในปีหน้า ด้านศก.ต่างประเทศเสี่ยงสูง ฟากจีดีพีประเทศคู่ค้าปีหน้าคาดเหลือแค่ 3.5% จาก 3.6% เหตุเจอมาตรการกีดกันทางการค้าเล่นงาน  

 นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยรายงานนโยบายการเงิน เดือนกันยายน 2561 ว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยคาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ 4.4% และปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวได้ 4.2% ซึ่งยังมาจากการบริโภคภาคเอกชน และการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงถึง 40.6 ล้านคนในปีหน้า

  ขณะที่เศรษฐกิจมองว่าในปี 2562 เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอลง โดยกนง.ได้ปรับคาดการณ์จีดีพีเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าลงเหลือ 3.5% จากเดิมคาด 3.6% ขณะที่ปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.8% เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม คือ นโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐ ที่อาจเข้มข้นขึ้น ส่งผลให้เกิดการตอบโต้จากหลายประเทศ นอกจากนี้ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ที่มีความไม่แน่นอนและอาจรุนแรงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงภาคเศรษฐกิจจริงได้ รวมทั้งปัญหาเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินของจีนที่แม้การกำกับดูแลของทางการจีนจะมีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้นแต่ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม

  อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว ส่งผลให้การส่งออกของไทยในปี 2562 มีแนวโน้มต่ำกว่าคาด โดยกนง.คาดว่าการส่งออกในปี 2562 จะขยายตัวได้ 4.2% จากเดิมคาด 5% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นในปี 2562 อย่างไรก็ตาม การส่งออกของไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวดี ส่วนหนึ่งเพราะปัจจัยพิเศษจากการย้ายฐายการผลิตมายังไทยของอุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อการส่งออกที่สำคัญ คือ อุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดร์

  นอกจากนี้ กนง.ยังคงให้ติดตาม ภาวะการเงินในตลาดโลกที่มีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น ตามทิศทางการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และธนาคารยุโรป และญี่ปุ่น แม้ยังผ่อนคลายนโยบายการเงินอีกระยะหนึ่ง รวมถึงยังต้องติดตามความคืบหน้าโครงการการลงทุนภาครัฐและเอกชน การเบิกจ่ายที่อาจล่าช้ากว่าที่ประเมิน รวมถึงการแข่งขันการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินที่ยอมรับความเสี่ยงสูงมากขึ้น ขณะเดียวกัน กนง.ยังมองว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบ หากสิ้นปีนี้แตะที่ระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาเรล จากปัจจุบันคาดการณ์ที่ 70.3 ดอลลาร์ต่อบาเรล อาจกระทบต่อภาคเศรษฐกิจจริงได้ เนื่องจากราคาน้ำมันจะปรับสูงขึ้นมาก และจะเป็นต้นทุนอย่างหนึ่งของผู้ประกอบการ

  “กนง.จะติดตาม ผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตของโลกและต่อภาคธุรกิจไทยอย่างใกล้ชิด สำหรับราคาน้ำมันดิบดูไบที่สูงขึ้นนั้น มาจากอุปทานที่มีแนวโน้มลดลงกว่าคาดจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่ออิหร่าน และปัญหาทางเศรษฐกิจของเวเนซุเอลา เป็นต้น”นายจาตุรงค์ กล่าว

  นายจาตุรงค์ กล่าวถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวในปี 2562 ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2562 มีโอกาสแตะ40.6 ล้านคน จากเดิมคาด 40 ล้านคน เนื่องจากมองว่าเหตุการณ์เรือท่องเที่ยวล่มที่ภูเก็ตมีผลน้อยกว่าคาด ขณะที่ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่ปรับดีขึ้น การเปิดเส้นทางการบินจากประเทศในกลุ่มอาเซียนมายังไทยมากขึ้น ความสามารถในการบริหารจัดการของสายการบินและสนามบินที่ส่งผลให้ท่าอากาศยานหลักสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น

ธปท.เผยศก.ไทยก.ค.61 ยังโตดี คาดช่วงที่เหลือของปีเริ่มชะลอเหตุฐานสูง

     ธปท.เผยศก.ไทยก.ค.61 ขยายตัวดี จากการส่งออก-การบริโภคสดใส แต่ท่องเที่ยวชะลอ หลังนักท่องเที่ยวจีนหวั่นเรือล่มในภูเก็ต มองครึ่งปีหลังอาจเห็นการเติบโตที่ชะลอตัวลง เหตุฐานสูง พร้อมรอตัวเลขกนง.เดือนหน้า ก่อนตัดสินใจปรับจีดีพี

      นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนกรกฎาคมขยายตัวดีต่อเนื่องจากเดือนก่อน จากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวดี ด้านการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวดีในทุกหมวดการใช้จ่าย ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวสอดคล้องกัน สำหรับการลงทุนภาคเอกชนและการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวดีต่อเนื่อง ขณะที่การท่องเที่ยวชะลอลง เนื่องจากได้รับผลกะทบจากเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ต

      อย่างไรก็ตาม ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา การส่งออกขยายตัว 8.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการขยายตัวในหลายหมวดสินค้าโดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรม จากอุปสงค์ต่างประเทศที่ดีต่อเนื่อง เช่น สินค้าที่มูลค่าการส่งออกเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันดิบขยายตัวทั้งด้านราคาและปริมาณ ตามการส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมไปสิงคโปร์และกัมพูชา การส่งออกเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตเส้นใยสังเคราะห์ไปจีน และการส่งออกปิโตรเคมีโดยเฉพาะเม็ดพลาสติกไปจีน ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย

     ขณะที่ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ขยายตัวตามการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ โดยเฉพาะยางล่อไปสหรัฐ และกระปุกเกียร์ไปจีน การส่งออกรถยนต์นั่งไปฟิลิปปินส์และเวียดนาม และรถกระบะไปตะวันออกกลาง ด้านการนำเข้าขยายตัว 12.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะหมวดวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางขยายตัวตามการนำเข้าเชื้อเพลิงจากด้านราคาเป็นสำคัญ ด้านการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และแผงวงจรรวมขยายตัวดีสอดคล้องกับภาคการส่งออก ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 1,086 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ดุลการค้าเกินดุล 858 ล้านดอลลาร์

    ทั้งนี้ ด้านการท่องเที่ยวชะลอลง2.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจีน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เรือท่องเที่ยวล่มที่ภูเก็ต อย่างไรก็ตาม ทางการได้พยายามเร่งทยอยสร้างความเชื่อมั่น ทำให้คาดว่าสถานการณ์จะทยอยปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 4/2561 นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวยุโรป ชะลอลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวรัสเซียจากการชะลอลงของการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก

       ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.46% จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 1.38% ตามราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และการปรับลดอัตราเงินชดเชยกองทุนน้ำมันสำหรับน้ำมันดีเซล ขณะที่ราคาอาหารสดหดตัวน้อยลงจากเดือนก่อนหน้าตามราคาข้าวและผักที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ลดลงมาอยู่ที่ 0.79% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 0.83% ตามราคาสินค้าในหมวดอาหารสำเร็จรูป ของใช้ส่วนตัว และยานพาหนะที่ขยายตัวชะลอลง

     นายดอน กล่าวว่า สำหรับเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ยอมรับว่า ขยายตัวดีต่อเนื่องในอัตราที่ชะลอลงบ้าง จากฐานที่ค่อนข้างสูงในปีที่ผ่านมา ขณะที่ทั้งปีจะมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้หรือไม่นั้น คงต้องรอติดตามการประกาศตัวเลขของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมในเดือนกันยายนนี้

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!